[PSE] [CH4] The Shapherd Boy

posted on 19 Feb 2014 17:01 by baifern25

.

 

 

 

[CH4] The Shapherd Boy

Personage : Dahlia Thiemid

.
.

  ...กลิ่นยายังคงคละคลุ้งอย่างทุกวัน…

เช่นเดียวกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงติดมือ

  ทุกคนมักจะเชื่อกันไปเองว่าเช้าวันใหม่จะสดใสอยู่เสมอ แล้วใยเช้านี้...จึงดูหดหู่กว่าทุกวันเล่า?

.

  จบจากภารกิจตามหาอัครเทวทูตเรมิเอลแล้ว...ตนก็ยังคงขึ้นชื่อว่าเป็นนักโทษเหมือนอย่างที่เคยเป็น ปลอกคอไม่ได้ถูกปลดออก คำกล่าวหายังคงไม่ถูกลบทิ้ง ใช้ชีวิตไปในแต่ละวันตามคำสั่งจากเบื้องบนเพื่อประวิงเวลาตาย ตนเลิกถามหาเหตุผลจากคนอื่นมานานมากแล้ว โดยเฉพาะกับคำสั่งจากผู้ที่อยู่สูงกว่าตน สิ่งที่ตนอยากรู้มีแค่ทำอะไร ที่ไหน และอย่างไร ส่วนเรื่องทำไปทำไมนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาใส่ใจเท่าไหร่ ขอแค่นั่นไม่ทำให้ตนเดือดร้อนก็เพียงพอแล้ว ระบบความคิดของเขาจะว่าเรียบง่ายก็เรียบง่าย จะว่าซับซ้อนเข้าใจได้ยากนั่นก็แล้วแต่คนมอง

.

ในชี้วิตนี้ตนไม่ใคร่สนใจเรื่องของคนอื่นมากนัก มนุษยสัมพันธ์ก็ถือว่าไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ดี แม้แต่กับหัวหน้าหน่วยของตนก็แทบจะคุยกันนับครั้งได้ถ้าไม่นับเรื่องงาน อาการ ‘ขวานผ่าซาก’ ของคนๆนั้นเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาถึงหน่วยอื่น ไม่ค่อยมีใครอยากจะพูดคุยกับเขาคนนั้นนักหรอก แต่ถ้าใครมาถามเขา ไม่ว่าหัวหน้าของตนจะมีนิสัยอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องที่ตนจะต้องไปวิจารณ์ ...ทำตามคำสั่ง เคารพลำดับศักดิ์ สงบปากสงบคำกับเรื่องที่ควร… ก็พอแล้วนี้?

.

เอาละ...งานวันนี้ก็ประเดประดังเข้ามากันอีกแล้ว

.

“ …เมื่อไหร่จะถึงตอนเย็นนะ…. ”

.

.

.

[ส่วนแถม]
.
.
.
.

ถ้าเปรียบช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาแห่งความเหน็ดเหนื่อย...เวลาในตอนกลางคืนก็คือเวลาที่เขาใช้ในการเยียวยา และยาชั้นดีในการเยียวยาครั้งนี้ก็ไม่ใช่อะไรนอกจากคนรักของตน ร่างโปร่งอิงแอบอยู่กับแผ่นอกแกร่งบนเตียงนุ่ม ขนาดเตียงกว้างขวางแต่คนสองคนกลับเลือกที่จะแนบชิด พวกตนใช้เวลาช่วงนี้ไปกับการพูดคุยถึงเรื่องราวที่พบเจอมาในตอนกลางวัน หยอดคำหวาน สาบานคำสัตย์ ไปตลอดจนการร่วมรักกันยันเช้าวันใหม่ เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คนรักของตนเป็นปีศาจ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากในตอนที่พวกเขาเริ่มคบกันแรกๆ หลังจากความค่อยๆแตกกับคนรอบข้างทีละคนๆ ตนก็ได้แต่ปล่อยไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะคิดมาตั้งแต่ตอบตกลงคบกับอีกคนแล้วว่าอะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้มันเกิด

.

“ เหม่ออะไรอยู่หรือดาห์เลีย? ” เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู

.

“ ก็แค่คิดว่าเมื่อไหร่คุณจะขยับสักที ” เจ้าของชื่อตอบกลับอย่างเย้าแหย่

.

“ ไม่ต้องรีบ...ข้าว่าเรามีเวลากันอีกเยอะ ”


.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

?


...ชู่ว์…….ได้เวลานอนของเด็กดีแล้วนะครับ...


[PSE] [CH3] The Vestal Rat

posted on 15 Dec 2013 16:11 by baifern25
 
 
 

[CH3] The Vestal Rat

Personage : Dahlia Thiemid

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
.
.
.
.
.
 
 

  “นี่~ ดาห์เลีย...มีแฟนหรือยัง?”

  เสียงหวานใสดังขึ้นกลบเสียงฝีเท้าทั้งหมด ชายหนุ่มอีกสองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินถึงกับหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองเจ้าของเสียงและคำถามที่ฟังยังไงก็ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังทำร่วมกันอยู่

  เจเดนส่ายหัว ก่อนจะเดินต่อไปอย่างไร้ความสนใจในเรื่องรักๆใคร่ๆของวัย...เอ่อ….หนุ่มสาว…? ...เอาเถอะ...เอาเป็นว่าเค้าไม่สนใจมันก็แล้วกัน

  “...คำถามนี้เกี่ยวอะไรภารกิจนี้หรือไงครับคุณ...อเล็ก…..ซิส…” ท้ายประโยคชะงักไปนิดเมื่อต้องพูดชื่อของหญิงตรงหน้า...จริงๆเค้าคุ้นชินกับชื่อนี้...แต่ไม่ชินที่คราวนี้เจ้าของชื่อเป็นคนอื่นที่เค้าไม่คุ้นเคย

  “ไม่เกี่ยวหรอก...แต่ฉันอยากรู้นี่?” ไม่ว่าเปล่า ร่างอรชรยังขยับเข้ามาใกล้จนตนต้องถอยเว้นระยะห่างเสียเอง หญิงสาวมุ้ยปากนิดก่อนริมฝีปากจะขยับส่งเสียงเจื้อยแจ้วต่อไป

  ...นี่...เค้าโดนคนชื่ออเล็กจีบอีกแล้วหรือ…? คนชื่อนี้นี่มันยังไงกัน…

  “.........” ไม่ใช่ว่าตนไม่อยากบอกคนอื่นว่ามีคนรักแล้ว...แต่แค่ความสัมพันธ์ของพวกตนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรประกาศออกไป ในขณะที่ยังคิดไม่ตกว่าควรจะตอบไปอย่างไร โชคดีที่เสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วน


  “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”


  ……..ช่วยด้วยงั้นหรอ…….อ่า…..งั้นคงไม่ใช่โชคดีแล้วละ…


  ไม่นานเฮย์เดนก็วิ่งมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าที่ปริ่มๆจะร้องไห้ช่างดูขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ใหญ่โตและเป็นเจ้าของทรงผมสกินเฮดเสียเหลือเกิน

  “เกิดอะไรขึ้น?” เจเดนที่เดินไปไกลแล้ววิ่งย้อนกลับมาทันที เขาขมวดคิ้วมองเฮย์เดนที่กำลังหอบอยู่


  “หัวหน้า...หัวหน้า…หัวหน้าตายแล้ว!”


  “.......!!!!”

  รู้ตัวอีกทีแขนซ้ายก็โดนฉุดไปยังที่เกิดเหตุเสียแล้ว กลิ่นคาวเลือดอบอวลขึ้นเรื่อยๆตามระยะทางที่กระชั้นเข้ามา และภาพตรงหน้าก็ทำให้พวกเราทุกคนหน้าเปลี่ยนสี ...แต่ไม่มีใครละสายตาออกจากศพของโจชัวร์ สมิทธ์ ที่ถูกลิ่มตอกผ่านลำคอติดไว้กับผนังราวกับผีเสื้อที่ถูกสต๊าฟไว้ เลือดสีคล้ำไหลชโลมลงมาจนกลายเป็นแอ่งเล็กๆอยู่ใต้ร่างที่ไม่ไหวติง

  "ผม.. ผม...." เฮย์เดนเสียงสั่น "แค่...แค่...คลาดสายตาไปสำรวจอีกทีแป๊ปเดียว พอกลับมาเขาก็..."


  ไม่มีใครถามอะไรอีก ความเศร้าโศกกัดกินจิตใจของทุกคน แต่มันไม่สามารถทำให้ภารกิจนี้หยุดชะงักได้ พวกเขาโตๆกันแล้ว และไม่ได้โลกสวย ทุกคนรู้ว่าทุกภารกิจมีความเสี่ยง แต่ต่อให้เสียคนไปเท่าไหร่ อย่างเดียวที่ควรทำต่อไปคืออย่าให้มันเสียเปล่า

  คราวนี้ทุกคนตกลงกันว่าจะสำรวจไปพร้อมๆกัน อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า แต่ก็คงจะปลอดภัยกว่าในระดับหนึ่ง


  ผ่านไปหลายชั่วโมง แต่กลับไม่พบวี่แววหรือเบาะแสอะไรเพิ่มเลย ทุกคนเริ่มเหนื่อย แต่ไม่มีใครท้อ แม้แต่อเล็กซิสที่เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มก็ยังยืนยันที่จะหาต่อ และในที่สุด...เหมือนได้เจอฟางเชือกสุดท้าย...ประตูเหล็กบานหนาบานสุดท้ายในห้องใต้ดิน…

“มันล็อคไว้…” เจเดนว่าหลังจากพยายามจะเปิดประตูเข้าไป “ให้พังเข้าไปก็คงไม่ไหว...จะเอาไง?”

“มันมีช่องให้ใส่รหัส ถ...ถ้าหาวิธีแก้มันได้...” เฮย์เดนพูดติดขัดมาได้สักพักแล้วหลังจากที่หัวหน้าตาย

“ขอดูหน่อยสิครับ…” ทุกคนแหวกทางให้ตนเข้าไป หลังจากใคร่ครวญอยู่พักใหญ่ๆ “ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิด...รหัส 9 หลักนี้ สามารถแปลงใหม่ให้ออกมาได้ตามนี้” ตนกางกระดาษลงบนพื้น จรดปากกาโยงตัวอักษรไปมาเพื่ออธิบายให้คนในหน่วยเข้าใจถึงขั้นตอน หลังจากได้รหัสทั้งหมดออกมาแล้วตนก็เลิกคิ้วเชิงจะถามว่า ‘คิดว่าใช่ไหม?’

“มีความเป็นไปได้สูง…มีใครคิดอะไรได้อีกไหม ไม่งั้นคงต้องใช่รหัสที่ดาห์เลียแก้” อเล็กซิสกล่าว

เจเดนไม่มีคำค้าน ส่วนเฮย์เดนก็พยักหน้ารับว่าตนก็คิดว่าใช่เหมือนกัน


ประตูเปิด...รหัสนั้นใช้ได้ผล


และพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งที่พวกเขาตามหา ใช่...เจอ...แต่ไม่ได้เจอทั้งหมด...เจอเพียง ‘ชิ้นส่วน’ ของคนที่พวกเขากำลังตามหา

“ดวงตานี่มัน……..” ทุกคนเงียบ แต่ตระหนักดีว่าดวงตาสีมะกอดดวงนี้เป็นของใคร เจเดนหยิบไพ่ทำนายที่วางไว้ข้างใต้ขึ้นมา

“มาช้าไปแล้ว ถ้ายังช้ากว่าอีก เดี๋ยวเขาก็ไม่เหลือชิ้นดีหรอก เดาซิ เดา ฉันจะพาเขาไปที่ไหน?”

คำเย้ยหยันที่แนบมากับไพ่ทำนายช่างเสียดแทนจิตใจของทุกคน

...พวกเขามาช้าไปอีกแล้ว...ช้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

เจเดนขย้ำไพ่ใบนั้นทิ้งอย่างเผลอตัว อเล็กซิสถอนหายใจก่อนห่อดวงตาของท่านเรมิเอลเก็บไว้ แม้เป็นชิ้นส่วนเล็กแค่ไหน นางก็ยืนยันว่าจะทำมันกลับไปให้หมด

“ทางยังไม่ตันสักหน่อยครับ...เดินต่อกันเถอะครับ” ดาห์เลียเดินไปก้มเก็บไพ่ใบนั้นขึ้นมา คลี่มันออกช้าๆ ลูบอักษรสีเข้มบนไพ่ครุ่นคิด “เชื่อการเดิมพันของผมไหมครับ?”

ทุกคนหันมามองตามคนพูด

“นาย...รู้แล้วหรอว่าเราต้องไปที่ไหน?”

“เพราะไม่รู้ว่าจะใช่ไหมไงครับ….ถึงบอกว่ามันคือการเดิมพัน…”

“ฉันทุ่มหมดหน้าตัก บอกมาว่าเราควรไปไหนต่อ…..หัวหน้า”

ดาห์เลียเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้คัดค้านอะไรกับคำเรียก มองไพ่ในมืออีกครั้ง เดิมพันกับ ‘The Hanged Man’ งั้นหรอ… ถ้าหมอดูมาได้ยินคงโดนหัวเราะ…

“......ที่ๆเราจะไปต่อ….ก็คือ……”



หลังจากเดินทางจนแทบจะเรียกว่าอ้อมโลก เจอประกาศจับปริศนานำพาพวกเขามาถึงโบถส์แห่งหนึ่ง แต่ทันทีที่ก้าวเข้ามาด้านในพวกเขาก็ต้องพบว่า...พวกเขาประมาทเกินไป…

เขาได้ยินเสียงร้องจากด้านหลัง และเมื่อหันกลับไป ภาพตรงหน้าก็ทำเขาหลุดสบถ

...ร่างของเจเดนถูกแควนคออยู่บนคานไม้…เหมือนกับไพ่ใบนั้น...เพียงแค่เจเดนไม่ได้กำลังกลับหัว...

กับดัก……. ความหมายของแฮงค์แมนอย่างหนึ่งคือการเสียสละของอย่างใดอย่างหนึ่งไป...แล้วการเสียสละของพวกเขาครั้งนี้เล่า...จะได้อะไรกลับมา…

เพียงในเวลาไม่ถึงห้านาทีตนได้สูญเสียลูกหน่วยไปอีกคนโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

...มีหนทางก็ต้องไปต่อ...แต่ย่างก้าวต่อจากนี้ช่างดูหนักอึ้ง…


ต่อจากดวงตา….คือแขน….

ชิ้นส่วนแขนขาวซีดอยู่ในมือของตนแล้ว...ไม่ได้น่าดีใจเลยสักนิดในสถานการณ์ตอนนี้...เจ้าโรคจิตนั้นมันต้องการอะไร…

ในท่อนแขนนั้นมีบางจุดที่ปูดโปนออกมา ตนตัดสินใจเลาะกล้ามเนื้อรอบแขนนั้นออก จนพบกับกระดาษอยู่ในนั้น ….นั้นคือที่ต่อไปสำหรับเขา….


วาติกัน

เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปยังมหาวิหารที่ปูทางด้วยพื้นหินอ่อน รอบข้างเงียบเชียบจนแปลกประหลาด แต่นั้นไม่ทำให้เขากังวลได้เท่ากับกล่องใบใหญ่ที่ตั้งไว้กลางห้องโถง...ราวกับรอให้ใครสักคนมาเปิด…

...และคนๆนั้นก็คงจะเป็นตัวเขา…

แนบฝ่ามือสั่นเทาเข้ากับฝากล่อง แกะเทปกาวที่พันธนาไว้อย่างแน่นหนาออก หลับตาสองสีลงอึดใจที่เปิดกล่องนั้น


“...ท่านเรมิเอล…”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


...ตายแล้ว…

 
 
 
 
 
 
 

------------------------------------------------------------------
 
 

[BAE] Cree

posted on 28 Oct 2013 21:06 by baifern25
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'ทำไม....มีปัญหาอะไรกับชุดข้า?'
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
>>รูปเต็มๆ<<

 
  1. ชื่อ : ครี [Cree]

  2. อายุ : 20 ปี

  3. เผ่าพันธุ์ : Umbra

  4. สิ่งที่พกมาด้วย : นาฬิกาทราย ขนาด 5 * 9 ซม. / กล้องส่องทางไกลแบบพกพา (มีรูปร่างหน้าตาเหมือน opera glasses)


  5. ลักษณะนิสัย

  -ขี้โวยวาย

  -ปากร้าย ใจร้าย

  -รักสนุก

  -เอาแต่ใจ อยากพูดอะไรก็พูด ไม่เกรงใจใครเท่าไหร่

  -กวน….*ติ๊ด*

  -อคติกับเผ่าโซราริสเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะถูกกรอกหู(?)มาตั้งแต่เด็กด้วย


  6.สิ่งที่ชอบ

  -หิ่งห้อย

  -ผลไม้รสหวานๆ

  -ต้นไม้สูงๆที่มีกิ่งไม้แข็งแรง (?)

 

7.ไม่ชอบ

  -คนขัดใจ

  -ของเผ็ด

 

8.อื่นๆ

  -เป็นโจร…….

  -จริงๆข้อข้างบนเป็นงานอดิเรกน่ะ…...งานหลักหรอ….เป็นคุณหนู : D

  -งงอะไรเล่า...ก็แค่ลูกชายตระกูลขุนนางที่เบื่อเลยหาเรื่องเป็นโจรป่วนเมืองเล่น (....)

  -ปล้นไม่เลือกคนรวยจนด้วย ถูกชะตาหลังคาบ้านไหนก็ปล้น เลวมากอะบอกเลย…

-เป็นเด็ก(?)โดนสปอย

-เรื่องฝีเท้ามั่นใจมาก ถึงกำลังจะอยู่ในระดับปกติ แต่เรื่องรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางนี่ที่หนึ่ง

-คำพูดติดปาก ‘นั้นมันเรื่องของเจ้า’

-อย่าไปเปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าตัวตามใจชอบ

-ชุดที่ใส่มาติดเกาะเป็นชุดตอนกำลังออกปล้น

-เจ้าตัวให้การว่า ที่เปิดและแนบเนื้อแบบนั้นเพราะชุดปกติของตนมีแต่พวกปิดมิดชิดน่าอึดอัด (....)

-ชื่อครี เป็นโค้ดเนมที่ตำรวจในเมืองเรียก ไม่ใช่ชื่อจริงๆหรอกนะ : D


 

edit @ 28 Oct 2013 21:28:57 by Nu_Baifern

edit @ 28 Oct 2013 21:39:00 by Nu_Baifern