[SC] Fate' s Lachas

posted on 06 May 2012 13:48 by baifern25  directory Fiction
 
 
 .
.
.
.
.
.
.
.
เรามาล้างเคิร์สไว้ก่อน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 

SC_ Main Event 0

 

Fate' s Lachas

 

‘......เจ็บ........เจ็บ.............เจ็บ...............เหนื่อยจัง...’

.

.

“นี่...ไม่รู้หรือไงว่าทำ ‘หน้าบ้าน’ ของคนอื่นเขาสกปรกน่ะมันเป็นเรื่องที่ไร้มารยาทนะ...”

และนั่น...คือเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน...ก่อนที่สติสุดท้ายจะดับหายไป

.

.

.

.

.

               

               

                ‘............หนวกหู....’

                .

                .

                .

                ‘...เงียบหน่อยได้ไหม......’

 

                แพขนตากระพริบอย่างช้าๆ ทั่วทั้งร่างรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีตรวนเหล็กพันธนาการไว้ แต่สิ่งนั้นก็ไม่ได้สร้างความรำคาญใจได้เท่ากับเสียงจอแจที่ดังไม่หยุด และฟังไม่ได้ศัพท์มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...

                “เขาตื่นแล้ว! นี่ทุกคนดูสิ...เขาขยับแล้ว!”

                “ไหนๆ ต๊าย...ดูหูเขาสิพยายามกระดุกกระดิกใหญ่เลย! น่ารักจัง!”

                “นี่แม่โคแก่...เห็นหญ้าอ่อนเป็นไม่ได้เชียวนะแม่คุณ...”

                “ฉันว่าเขาดูตื่นๆงงๆนะ พวกนายไม่คิดจะอธิบายอะไรให้เขาฟังหน่อยหรือไง...แล้วนี้ใครไปแจ้งหัวหน้าหรือยัง?”

                ฯลฯ

                นั้นเป็นเพียงตัวอย่างประโยคไม่กี่ประโยคของจากทั้งหมด มันพยายามจะจับใจความว่า ‘มนุษย์’ เหล่านั้นกำลังพูดอะไรกัน อาจจะกำลังพูดถึงมัน...ว่าแต่นี่มันอยู่ที่ไหน...?

                ร่างเล็กพยายามที่จะขยับอีกครั้ง หากแต่แรงที่มีอยู่ก็เอื้อให้มันทำได้เพียงนอนกระพริบตาปริบๆมองคนเหล่านั้นไปตามเดิม ...ว่าแต่เมื่อไหร่เจ้าพวกนี้จะหุบปาก...

                ในขณะที่มันกำลังรำคาญใจเกือบๆจะปลงแล้วนั้นเอง

                “พวกเจ้าน่ะเงียบๆกันหน่อยได้ไหม! ไม่รู้หรือไงว่ามันรบกวน ‘สัตว์ป่วย’ !!”

                การปรากฏตัวของบุรุษวัยกลางคนที่ซีกขวาของใบหน้าถูกปิดทับด้วยหน้ากากสีม่วง เหลือเพียงใบหน้าซีกซ้ายที่ทำให้ได้รู้ว่าคนๆนี้มีดวงตาสีแดงทับทิม และรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่เจริญหูเจริญตา ใบหน้าที่ใครต่อใครได้เห็นก็ต้องลงความเห็นเหมือนกันว่า ‘น่าหมั่นไส้’

                มันสร้างความเงียบให้แก่บริเวณนั้น................................แค่แป็ปเดียว.......

                “เสียงคุณนั้นแหละครับที่ดังที่สุด...”

                ...ไม่ดังแล้วพวกเจ้าจะฟังกันไหมละ ฮึ...

                “หัวหน้าคะ ไปเก็บเด็กนี่มาจากไหนหนะ น่ารักจังเลย~~ ขอฉันไม่ได้หรอ~~”

                ...นี่ๆแม่คุณ...

                “ได้ไงละยะ! เด็กนี้หนะหัวหน้าเก็บมา เพราะงั้นก็ต้องเป็น ‘ทรัพย์สินของคณะ’ สิยะ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันนะเข้าใจไหม!”

                ...ไม่ใช่ว่าข้าเก็บมาแล้วก็ต้องเป็นของข้าหรอกหรอ...

                ท่ามกลางเสียงโวยวายที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องและมีทีท่าว่าคงจะไม่หยุดลงง่ายๆ มันยังคงทำได้เพียงนอนนิ่งๆ...กระพริบตามองมนุษย์เหล่านั้นอย่างไม่เข้าใจ มันเบนสายตาไปยังบุรุษวัยกลางคนที่มาใหม่ คนๆนี้ดูต่างจากคนทั่วไป มันมีอะไรสักอย่างที่ทำให้มันรู้สึกว่า คนนี้ๆคงจะเป็นสิ่งที่คล้ายๆกับ ‘จ่าฝูง’

                ...สัญชาตญาณของสัตว์มักจะถูกเสมอ...

                เซลอส ชื่อของคนที่ทุกคนลงความเห็นให้ว่านิสัยของเขาช่างน่าหมั่นไส้พอๆกับใบหน้าของเขา หลังจากที่เซลอสเลือกที่จะเมินลูกคณะของตนเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาของบางสิ่งที่จ้องเขาอยู่อย่างโจ่งแจ้ง ...เจ้าครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่เขาเก็บมาเมื่อวานนั่นเอง...

                ต่างคนจ่างจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่มีใครยอมใคร จนในที่สุดเซลอสก็เลือกที่จะเปิดปากพูดก่อน

                “ฮึ...พอหายมอมแมมแล้วก็ใช้ได้นี่...ไม่เสียงแรงที่เป็นสัตว์หายาก...” ว่าพลางเดินเข้าไปจับใบหน้าของอีกฝ่ายหันไปมาราวกับจะประเมินค่าโดยไม่กลัวที่อีกฝ่ายจะกัด

                “........” ฝ่ายที่โดนพลิกหน้าไปมาก็ยอมอยู่เฉยๆให้อีกคนสำรวจอย่างสนุกมือ ไม่ใช่ว่าเพราะเชื่อง...ไม่ใช่เพราะไม่มีแรงขัดขืน...แต่เป็นเพราะสัมผัสจากมือนี้มันจำได้...มือ...ที่ช่วยให้มันยังมีโอกาสได้หายใจต่อ...

                “หัวหน้าจะเลี้ยงไว้ไหม?” ลูกคณะคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม เขาก้มลงมองเจ้าหนูนั่นที่ร่างกายเต็มไปด้วยผ้าพันแผล แต่สภาพตอนนี้ยังดูไม่น่าอเนจอนาถเท่าตอนแรกที่หัวหน้าพามา ร่างเล็กเท่าเด็กประมาณ 6 ขวบนั้นนอนหายใจรวยรินไม่ได้สติ กลางหลังมีแผลฉกรรจ์จากการโดนธนูเฉี่ยวเป็นทางยาว ตามด้วยแผลโดนทุบตีอีกสารพัดจะกล่าวถึง เขาที่เป็นหนึ่งในบรรดาคนทำแผลให้ถึงกับสังเวชใจกับจิตใจของมนุษย์สมัยนี้...

                “อืม...ถ้าข้าไม่คิดจะเลี้ยงไว้คงไม่เก็บมาหรอก” ...เลี้ยงไว้ก็น่าจะสร้างกำไรระยะยาวได้ละนะ...

                “งั้นชื่อละค่ะหัวหน้า~ เด็กคนนี้ต้องมีชื่อนะ~”

                “ข้าจะไม่ตั้งให้จนกว่าเจ้าลูกครึ่งนั้นจะผ่านการเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์หรอกนะ” เซลอสกอดอกมองร่างเล็กนิ่ง

                “มันเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ถามไปมันก็ตอบไม่ได้หรอกนะหัวหน้า” ลูกคณะคนหนึ่งค้าน

                “คนที่ไม่เข้าใจคำที่ข้าพูดไม่มีความจำเป็นสำหรับคณะนี้หรอกนะ” เซลอสยังคงยืนยันความตั้งใจเดิม ก่อนจะหันมามองทางเจ้าตัวเล็กที่บัดนี้ก็ยังคงจ้องมาทางเขาไม่เลิก “ว่าอย่างไรละ...ข้าตั้งคณะละครสัตว์นี้เพื่อตัวเอง  แล้วเจ้าล่ะ..จะเข้ามายืนอยู่บนริงก์นี้ด้วยเหตุผลอะไร?”

                “......” ความสงบมาเยือนเป็นครั้งแรก ทุกคนพร้อมใจกันเงียบรอ ‘คำตอบ’ จากมัน

                ...มันไม่เขาใจหรอก...แล้วมันก็พูดไม่ได้...

                ร่างเล็กนั่งนิ่งบนเตียงไม่ขยับ ตากลมโตสีอำพันสบกับตาเรียวรีสีทับทิบ สายตาที่มันอ่านได้คือคำถามว่า ‘จะมาอยู่ด้วยกันไหม’

                ...คนๆนี้ดู...อบอุ่น...

                มันเชื่ออย่างนั้น...อย่างน้อยๆคนๆนี้จะไม่ทำร้ายมัน...

                ร่างเล็กพยายามขยับอีกครั้ง...คนเราถ้าลองได้มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำอะไรสักอย่าง เพื่ออะไรสักอย่างแล้ว ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามสักเท่าไหร่....สุดท้ายคนๆนั้นก็จะพบกับความสำเร็จที่หวังไว้...ไม่เว้นแม้แต่กับมันที่เป็นครึ่งสัตว์ ในที่สุดมันก็กระเสือกกระสนยันตัวเองเดินมาทางเซลอสได้ มันสบตากับอีกฝ่ายอีกครั้งนึง ก่อนจะค่อยๆหมอบลงแทบเท้า ก้มลงใช้ริมฝีปากเล็กๆนั้นจุมพิตที่ปลายเท้าอีกฝ่าย...

                และมันก็เชื่อว่าตัวเอง....เลือกเจ้านายถูกคนแล้ว...

                เซลอสยกยิ้มอย่างพึงพอใจ...

                “ดี...ตั้งแต่นี้เป็นตนไปเจ้าถือเป็นคนในคณะข้า ยินดีตอนรับสู่คณะละครสัตว์ Cirque de Advena...คณะละครสัตว์ของเหล่าคนจร.......นะ....’ลาชาส’.... ”

.

.

.

.

.

.

.

ว่าอย่างไรละ...ข้าตั้งคณะละครสัตว์นี้เพื่อตัวเอง  แล้วเจ้าล่ะ..จะเข้ามายืนอยู่บนริงก์นี้ด้วยเหตุผลอะไร?’

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

...เพื่อคุณ...’

 

to be continued

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

...วรั๊ย...

.

.

.

.

ฉันวรั๊ยอะไร.......แต่รู้สึกอยากอุทานคำนั้นอะ 555+.

                                                                                                        .                    

สารภาพว่าแต่งฟิคเสร็จตั้งแต่วันที่ 1 แล้ว //อู้จากการทำโปรไฟล์มาแต่ง

...รอภาพเสร็จ...

...อืม....แต่มันก็ไม่เสร็จ....//แกล้งตาย

.

ก็นะ...ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างตัวลาชาสกับเซลอสก็คงประมาณนี้

...ถ้าให้แปลความก็คือลาชาสมองว่าเซลอสคือคุณพ่อคนหนึ่ง...//จริงๆนะ...เชื่อสิ/เข้ม

เอาจริงๆลาชาสเป็นตัวละครที่จะว่าเล่นง่ายก็ง่าย เล่นยากก็ยาก บอกไม่ถูก ข้อจำกัดในการแสดงออกมีหลายอย่างอยู่ ขอบเขตการคิดก็อยู่ในวงแคบ แต่งไปก็ชอบมาถามตัวเองว่า ...สัตว์มันจะคิดแบบนี้ได้ปะวะ... /ฮา

ส่วนนิสัยเซลอสนี่...แทบจะบอกว่ากลัวหลุดมากเลยละ...; v ;

//จะให้แก้ตรงไหน ยังไง บอกได้นะค่ะ

แปะทวิต @SC_LachaS จร๊ะ!

//มีไว้เผื่อๆไปก่อน

.

.

.

ปล.คอมมูนี้คาดว่าพอเล่นจบเราคงได้นิยายไว้อ่านเล่นเหนาะๆ 1 เล่ม

ปล2.อ่อ...ไปแอบเล่นกับคุณแม่มาด้วยละ...ห๊ะ...ใครคือคุณแม่? จิ้มๆจิ >>คุณแม่<<

//จรลี //55555+

 

 
--------------------------------------------------------------------------------
 
ตอบ ฮิร้วย - เยสสส...อันนี้เป็นตอนเข้าคณะใหม่ๆ ลาชาสยัง 6 ขวบอยู่เลย...,,-- --,,
 
 
 

[SC] Lachas

posted on 03 May 2012 15:15 by baifern25  directory Cartoon

.
.
.
.
.
มาปล่อยสัตว์เข้าคณะ -- v --
.
.
.
.
.
.
.
.
.
(ถ้าจะออกมาเคะทุกตัวแบบนี้............/กัดมือตัวเอง)
.
.
.
(ไกด์คร่าวๆ...ที่ยังไม่สมบูรณ T v T)
.
.
.
.
.
.

*ชื่อ – ลาชาส  (lachas) [หัวหน้าเป็นคนตั้งให้ ซึ่งหมายถึง ‘ผู้ที่โดนล่า’ ]

*เพศ ผู้ (แมวเคะ)

*อายุ – 20 ปี

* ตำแหน่งที่ต้องการสมัคร  - ครึ่งคนครึ่งสัตว์สำหรับโชว์

* น้ำหนัก/ส่วนสูง – 185/73

*ลักษณะโดยทั่วไป

-เป็นครึ่งคนครึ่งลิงซ์ (ลิงซ์ คือสัตว์ที่อยู่ในตระกูลแมวและเสือ ปัจจุบันใกล้สูญพันธุ์เต็มทีแล้วคะ)

-ผิวสีแทน

-ผมขาวออกไปทางครีม แซมดำ

-ตาเรียวรี สีอำพัน

-มีรอยสักที่คล้ายลายของเสืออยู่รอบต้นแขนซ้ายกับต้นขาขวา

-กลางหลังมีรอยแผลถูกยิงด้วยธนูถากเป็นรอยยาว

-หางยาว 25 ซม. (เพราะสั่นมากในภาพเลยมองไม่เห็นหางนะค่ะ)

-หูเรียวแหลม

* ลักษณะนิสัย

-เป็นมิตร และค่อนข้างเชื่อฟังกับทุกคนในคณะที่ตนเองเห็นมาตั้งแต่ตอนยังเด็ก

-กรณีที่เป็นคนในคณะ แต่ว่าเพิ่งเข้าใหม่จะถูกจัดลำดับอยู่ในหมวดคนแปลกหน้า คือไม่ทำร้าย แต่จะถูกเมินโดยสิ้นเชิง      

-ยิ้มไม่เป็น

-แบ่งคนเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ.... คือกินได้กับกินไม่ได้....

-การกัด ขบ แทะอย่างเบาๆ หรือเลีย คือการแสดงออกทางความรัก

-ในกรณีที่นอกเวลาแสดง ถ้าคนไม่รู้จักเข้ามาใกล้จะขู่...และถ้ายังขืนเข้ามาจับอีกก็จะมีข่วนใส่ อย่างหนักเลยคืองับจมเขี้ยว

-งับแล้วก็ไม่ยอมปล่อยด้วย...ยกเว้นหัวหน้าจะมาสั่งให้ปล่อยเอง...ไม่งั้นก็จะงับอยู่แบบนั้นทั้งวัน ใครสั่งก็ไม่ฟัง

-ก็คือถ้าเจ้าตัวหงุดหงิด...ตอนนั้นจะมีแค่หัวหน้าเท่านั้นที่สั่งได้

-ไม่ค่อยชอบเด็ก...เพราะกัดนิดกัดหน่อยก็ร้องไห้ลั่น ซึ่งเจ้าตัวไม่เข้าใจว่าจะร้องทำไม...

-เป็นสัตว์กินเนื้อ เนื้อที่โปรดปรานมากคือ กระต่าย กวาง และมูฟฟลอน (เป็นแกะชนิดหนึ่ง)

-เวลาว่างมักจะหมดไปกับการหาที่นอนเงียบๆ...ซึ่งหาได้ยากในคณะที่แสนจะเอะอะนี้

-ช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายนมีโอกาสที่จะ ‘ติดสัด’ สักครั้งสองครั้ง

-อยากสื่อสารด้วยคำพูดกับหัวหน้าสักครั้ง....หรืออย่างน้อยก็ขอแค่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไรก็พอ....

*ความสามารถ

-เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและเงียบเชียบ

-สายตาดี สามารถมองเห็นในที่มืดได้

-มีประสาทรับรู้ทางกลิ่นและเสียงดีเยี่ยม

-กระโดดได้สูง...และถึงจะตกจากที่สูงราว 5 ม. ก็ไม่เป็นอะไร (เพราะสามารถพลิกตัวกลางอากาศและอาศัยสัญชาตญาณแมวเอาตัวรอดได้)

*ประวัติโดยสังเขป  

-อยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่จำความได้

-จนกระทั่งเมื่ออายุได้ 6 ขวบ ถูกมนุษย์เจอตัว และถูกไล่ล่ามาจนถึงหน้าคณะละครสัตว์ของเซลอส ซึ่งตอนนั้นก่อตั้งมาได้ปีกว่าๆแล้ว

-เซลอสออกมาพบในสภาพที่เจ้าตัวกำลังปางตายพอดี เซลอสเห็นว่าเป็นของแปลก ถ้าฝึกให้เชื่องคงจะเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า จึงเก็บมารักษาในคณะ และตัดสินใจรับเลี้ยงไว้ในฐานะทาส

-ก็เริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ในคณะละครสัตว์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

* ช่วงเวลาในการเข้าคณะ  -  หลังจากก่อตั้งคณะมาแล้ว 1 ปี

* สาเหตุที่เข้าคณะ  –  คิดว่าอยู่ที่นี้คงจะดีกว่า ‘การมีอิสระที่หาความปลอดภัยในชีวิตไม่เจอ’

* เนื่องจากในครั้งแรกที่จะขอเข้าคณะ  ทุกคนจะได้รับคำถามจากเซลอสเหมือนกันทุกคนคือ

    "ข้าตั้งคณะละครสัตว์นี้เพื่อตัวเอง  แล้วเจ้าล่ะ..จะเข้ามายืนอยู่บนริงก์นี้ด้วยเหตุผลอะไร?"

-เนื่องจากไม่เข้าใจว่าอีกคนพูดอะไร...แต่พอจะจับความรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาร้าย บวกกับได้รับความช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้ สิ่งที่เจ้าตัวทำไปตอนนั้นคือ ‘ก้มลงจุมพิตที่ปลายเท้าของอีกคน’ เป็นการยอมรับอีกคนเป็นเจ้านายกลายๆ

* ความเห็นต่อหัวหน้าคณะของตน

-ก็เป็นหัวหน้า....

-เป็นเจ้าชีวิต

-เป็นผู้มีพระคุณ

-ใจดี...(?)

-เป็นคุณพ่อ...(????)

-กินไม่ได้...

* สาเหตุที่เข้าร่วมชิง/อยากได้ คอนซินเดีย – โดนคนในคณะสั่งให้เข้าร่วม เพราะเห็นว่าหน่วยก้านดี เจ้าตัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือคอนซินเดีย...

.
.
.
.
 
--------------------------------------------------------------------------
เฮฮฮฮ ดีใจที่มันผ่าน \T v T/  //อิ๊อร๊างง
วิธีการติดต่อก็ได้หมดคะ ems MSN Skype //สองอย่างหลังขอมาหลังไมค์จ้า
ส่วนทวิตอาจจะมีคะ รอดูสถานการณ์(?)ก่อน 55+
.
.
.
ในการคุยเล่นกับลาชาส
-ถ้าเป็นคนในคณะให้เข้ามาทัก ทับ(?) ลูบหัวลูบหาง(??) เล่นได้ตามสบายเลยนะค่ะ เรียกชื่อได้เลย เพราะตามไทม์ไลน์ลาชาสอยู่มานานคะ คนในคณะน่าจะรู้จักแล้ว เพราะงั้นเวลาโรลกัน ในทำเป็นเหมือนว่ารู้จักกันแล้วได้เลยนะคะ > <
-ปฏิกิริยาตอบรับของลาชาสจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลคะ /ฮา
-ถ้าเป็นคนนอก...ถ้าเข้ามาอาจจะเจอลาชาสเมิน ขู่ หรืออะไรก็แล้วแต่อารมร์ในช่วงนั้นคะ
-แต่ถ้ามาในเวลางาน (คือกำลังโชว์อยู่) ลาชาสจะถือว่าเป็นลูกค้า อาจจะมีเซอร์วิส(???)ให้นิดนึง 555+
.
.
.
แค่นี้ก่อน นึกอะไรได้จะมาอีดิธเรื่อยๆคะ Q v Q//

[EED] ประวัติศาสตร์คู่ Dihcro & Milan

posted on 21 Apr 2012 03:02 by baifern25  directory Cartoon, Diary

 .

.

 

.

 

.

.

.

[DM]

Dihcro & Milan

อาจเป็นคำว่าเหงาที่ทำให้เรามาเจอ...และพาคำว่าเธอมาฝังกลางใจ

 .

 .

 .

เขาว่ากันว่า...ตามหลักจิตวิทยาแล้ว...

...คนเรามักจะชอบหรือหลงอะไรสักอย่างได้ไม่เกิน 4 เดือน...

.

.

.

.

.

‘อ่า...อยู่ๆก็รู้สึกแสบตาจัง~’

 .

 

 .

‘ก็ถ้านายยังไม่อยากถูกต่อย...ช่วยกรุณาเงียบปากไปเลย!’

 .

...และนั้น...

...คือการพบกันครั้งแรกของเรา...

 .

-รู้สึกว่าจะเจอกันครั้งแรกตอนเช้าวันหนึ่งที่ดิฮโครออกมาเดินเล่น แล้วเจอกับมิลาน ก็ได้ยินกิตติศัพท์มานานก็เลยลองทักดูบ้าง แน่นอนว่าเจ้าตัวก็ปากมอมเป็นปกติ ไม่เคยจะชวนใครคุยดีๆ เริ่มต้นก็ไปแหย่เรื่องที่ไม่ควรแหย่กับมิลานไป ก็หวิดจะโดนต่อยอยู่รอมร่อ หลังจากนั้นก็บอกชื่อ บอกหอกันไป เลยรู้ว่าตัวเองเป็นรุ่นน้องมิลาน 

(D - ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะครับ...ตอนนั้นผมนึกว่ารุ่นพี่อยู่ปีเดียวกันซะอีก... *หัวเราะ*)

-หลังจากนั้นก็เจอกันบ่อยขึ้น และด้วยฝีปากที่สุดแสนจะยียวนกวนประสาท ก็ชอบไปแหย่จนอีกฝ่ายโกรธ...ยื่นคำขาดว่า ‘ฮึ่ม! ฉันจะไม่คุยกับนายแล้ว!’ (ซึ่งต่อๆมาเราจะได้พบเจอประโยคนี้ไม่ต่ำกว่าวันละครั้ง นับเป็นหนึ่งในประโยคสำเร็จรูปของมิลานเลยทีเดียว...)

-แน่นอนว่ามิลานทำตามที่พูดไม่เคยได้หรอก..เพราะดิฮโครชอบเอาของหวานมาล่อ (ฮา...)

-พอมิลานโดนของหวานล่อเจ้าตัวก็จะทำเป็นจำไม่ได้ว่าเมื่อกี้ตัวเองยื่นคำขาดอะไรไป หันมาพูดแบบซึนๆด้วยสีหน้าตามแบบฉบับเจ้าชายคาโนวาลว่า ‘เห็นแก่ที่นายอยากจะเลี้ยง...ฉันจะใจดีไปเป็นเพื่อนก็ได้!’

-ดิฮโครก็จะหัวเราะยิ้มๆ แล้วก็ล่อลวง...เอ๊ย...พามิลานไปโรงอาหาร

-มื้อแรกที่เลี้ยงเลยคือ ‘น้ำแข็งไส’ ละ~ มิลานเค้าอยากกิน ตอนนั้นสั่งมาแค่ถ้วยเดียวแล้วก็แย่งกันกิน...ครั้งต่อไปที่(ล่อลวง)ชวนมาอีกเลยสั่งเพิ่มเป็นสองถ้วยเอาแบบพิเศษด้วย....แต่ก็ไม่วายโดนมิลานแย่งกิน...

-แล้วก็มีพาไปกินเค้ก อันนี้กินกันไปทะเลาะกันไปเล่นกันไปจนเลอะทั้งคู่ ออกแนวโดนมิลานแย่งเค้ก ดิฮโครกวนใส่ มิลานหมั่นไส้เลยเอาครีมป้ายหน้า เลยโดนดิฮโครป้ายกลับโดยการเอาแก้มตัวเองที่เลอะนั้นและถูกับแก้มอีกคน มิลานเลยยอมแพ้หนีไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา

-ดิฮโครก็ตามไปล้างด้วย เพราะตัวเองก็โดนจัดหนักมาเหมือนกัน แล้วก็ไปยืนนัวเนีย(?)กันในห้องน้ำ...อืม...หน้าห้องน้ำนั้นแหละ

-คือความจริงก็ไม่มีอะไรมาก...แค่ไปล้างหน้าอยู่ดีๆก็มีเถียงกันนิดหน่อย มิลานเถียงไม่ชนะเลยสาดน้ำใส่ ดิฮโครเลยถามประมาณว่า ‘อยากเห็นผมเปียกขนาดนั้นเลย? อ๋อ...อยากเห็นเสื้อผ้าผมแนบเนื้อสินะ...รุ่นพี่นี่ลามกจัง~’ ก็เลยจะโดนต่อย ดิฮโครเลยจำเป็นต้องจับมือไว้แล้วดันเข้ากำแพงเอาเข่าดันขาอีกคนไว้ไม่ให้เตะได้ด้วย แล้วก็ยืนคุยกันต่อในสภาพแบบนั้นแหละ

-หลังจากเถียงกันพอหอมปากหอมคอสักพักดิฮโครก็ปล่อย มิลานก็เดินหนีกลับไปที่โต๊ะ เนื่องจากเค้กมันก็เละเทะแล้วด้วยก็เลยไม่มีใครกินต่อ มิลานเลยบอกว่าจะพาแมวไปอาบน้ำ ดิฮโครยังไม่อยากกลับหอเพราะมันไม่มีอะไรทำก็เลยตามไปช่วยอาบน้ำแมวด้วย

-มิลานพาแมวไปอาบน้ำที่น้ำตก แล้วก็สั่งให้ดิฮโครช่วยจับแมว ไปๆมาๆก็แกล้งสะบัดน้ำใส่หน้าดิฮโคร แล้วก็เกิดเทศกาลสงกรานต์ขนาดย่อมๆ สุดท้ายด้วยความหมั่นไส้ถึงขีดสุดมิลานเลยผลักดิฮโครตกน้ำแม่มเลย

-ดิฮโครก็ตกน้ำไป...แต่มีหรือจะยอมตกไปคนเดียวพอคว้ามือมิลานได้ก็ฉุดลงมาด้วยกันซะเลย (คือแมวก็ดันตกตามมาด้วยเพราะดิฮโครดันจับไว้อยู่)

-หลังจากตกน้ำทั้งคู่พอโผล่ขึ้นมาได้มิลานก็โวยวายใหญ่ พอจะว่ายขึ้นฝั่งก็มีโดนแกล้งดึงขาบ้าง กดลงน้ำบ้าง ดิฮโครเลยแก้เผ็ดโดยการแกล้งจมน้ำหายไปนานๆ แต่ความจริงแล้วเจ้าตัวแอบดำน้ำว่ายหนีไปอีกฝั่งแล้วต่างหาก มิลานที่ขึ้นฝั่งไปก่อนตอนแรกก็คิดว่าอีกคนแกล้งเลยไม่ได้ใส่ใจ แต่พอนานเข้าก็เริ่มใจเสียจนต้องโดดลงน้ำไปก้มๆเงยๆหาดิฮโครอยู่นาน จนหาจนเหนื่อยแล้วหันไปเห็นดิฮโครนั่งยิ้มมองมาอยู่อีกทางนึงนั้นแหละถึงได้วีนแตกอีกรอบ

-ช่วงนั้นก็จะเป็นแพทเทิลเดิมๆคือ ไปแหย่มิลานเล่น โดนงอน ง้อด้วยขนม ทะเลาะกันอีกรอบ เนียนคุยจนมิลานหายโกรธ พาไปส่งหอ หลักๆคือจะมีเท่านี้แหละ แค่เปลี่ยนสถานที่ ของกิน และประเด็นที่ทะเลาะกันไปเรื่อยๆ

-จนมีวันหนึ่งดิฮโครโดนศจ.โรเซ่ถามเรื่องมิลาน ว่าเห็นช่วงนี้สนิทกันดีนะ มีอะไรกันหรือเปล่า ตอนนั้นยอมรับว่าดิฮโครไม่ได้คิดอะไรจริงจัง คือเห็นแค่ว่าเป็นรุ่นพี่ที่อยู่ด้วยแล้วสนุกดี พอโดนศจ.โรเซ่พูดว่าอย่าทำให้มิลานเสียใจละ ดิฮโครก็ชะงักไป...แล้วก็พูดทำนองว่า ‘อย่างรุ่นพี่มิลานคงไม่มีทางมาเสียใจให้กับคนอย่างผมหรอกครับ’

-คืออยากจะพูดให้อีกฝ่ายเห็นว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนที่มีค่า หรือสำคัญอะไรขนาดที่มิลานจะมาอะไรด้วยหรอก เพราะดิฮโครก็ไม่เคยเห็นมิลานแสดงออกว่ามีใจให้ แล้วตัวเองก็ไม่เคยคิดเรื่องที่จะคบกับใครจริงๆจังๆ ตอนนั้นเลยได้แต่ปฏิเสธว่าตัวเองกับมิลานไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวไปแบบอ้อมๆเนียนๆ

-แต่ตอนนั้นไม่รู้อะไรดลใจให้เจ้าตัวสัญญาแบบจริงจังกับศจ.โร่เซ่ไปว่า ‘ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่...ผมจะไม่มีทางทำให้รุ่นพี่มิลานเสียใจหรอกครับ’

-อาจจะเป็นเพราะลึกๆแล้ว...เจ้าตัวก็คงแอบมีใจให้บ้างแล้วละ...แต่คิดไปเองว่ามันไม่ใช่หรอก

-จากนั้นก็มีข่าวในเอดินเบิร์กว่ามิลานสามารถระเหิดคนได้ โดนมีเหยื่อเคราะห์ร้ายหนึ่งราย อักษรย่อ ด. โดนเป็นตัวอย่างไปแล้ว (555+) แน่นอนว่าดิฮโครไม่พลาดที่จะมาล้อเรื่องนี้ มิลานก็ไม่ชอบใจ แล้วก็พูดประมาณว่าไม่ชอบให้มาพูดถึงเรื่องเหม่งตัวเอง ดิฮโครก็ถามไปว่าทำไมละ ความจริงแล้วมันก็เป็นส่วนที่น่ารักดีนะ แล้วก็เผลอตัวจุ๊บเหม่งอีกฝ่ายไป...ตัวเองก็ตกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน(แต่ยังเนียนทำเป็นยิ้มหน้าซื่ออยู่) มิลานก็เหมือนๆจะทั้งตกใจ เขิน ช็อค แล้วก็จบลงที่โกรธเลยสวนกลับมาเป็นคอมโบ จัดไปหลายฮิตเลยทีเดียว

-ดิฮโครก็เลยตั้งตนเป็นศาลแล้วให้มิลานตกเป็นจำเลยข้อหาทำร้ายร่างกาย เลยโมเมเอาเองว่าอีกคนต้องจ่ายค่าเสียหาย แล้วก็เลยมีอีเวนท์ขอให้มิลานเรียนชื่อ

- คือมิลานเนี่ยเวลาคุยกับดิฮโครจะใช้สรรพนามว่า ‘นาย’ ตลอด แล้วมีครั้งหนึ่งหลุดเรียกชื่อดิฮโครออกมา ดิฮโครเลยขอให้เรียกบ่อยๆ แต่มิลานก็ไม่ยอมท่าเดียว ก็นั่งตื๊ออยู่สักพัก มิลานก็เรียกดิฮโครว่า ‘กล้วยไม้’ แทนคำว่านาย แล้วก็บอกว่าเนี่ยแหละชื่อนาย พอใจหรือยัง? (อนึ่ง สำหรับคนที่ไม่รู้ ดิฮโคร เป็นชื่อที่มีการเล่นอักษรมาจากคำว่า กล้วยไม้ในภาษาอังกฤษคะ)

-ดิฮโครเหมือนเส้นสติสัมปชัญญะจะขาดนิดๆเพราะไม่พอใจกับชื่อกล้วยไม้ บอกอีกคนด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ(แต่แผ่ออร่าสยอง)ไปทำนองว่าถ้าไม่เรียกชื่อดีๆ จะลงโทษแล้วนะ มิลานก็ดื้อพูดทำนองว่าอย่างนายจะทำอะไร จะจูบเหม่งแบบเมื่อกี้หรอ ไม่กลัวหรอก ดิฮโครเลยยื่นมือไปปิดปากมิลานไว้แล้วก้มลงไปจูบผ่านมือตัวเองกะให้ตรงกับตำแหน่งริมฝีปากอีกคน

-เหมือนๆดิฮโครพอจะรู้เรื่องจูบของคาโนวาลอยู่บ้าง เลยไม่กล้าจูบไปตรงๆเพราะกลัวมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ อันที่จริงตอนตัดสินใจทำก็ชั่งใจอยู่เหมือนกันว่าจะทำดีไหม หรือจะเปลี่ยนไปจูบตรงอื่นดี แต่พอเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจว่าทำอะไรตัวเองไม่ได้หรอกของมิลานแล้วก็เลย...ทำแม่ม!

-พอเห็นมิลานหน้าแดง ไม่พูดไม่จาอะไรวิ่งหนีกันไปเฉยๆเลย ก็รู้สึกตัวได้เลยว่าตัวเอง...พลาดแล้ว...

-...พลาดไปตกหลุมรักอีกฝ่ายเข้าแล้วละ...

-วันรุ่งขึ้นก็ไปดักเจอที่หน้าปราสาทขุนนาง แน่นอนว่าโดนหลบหน้าไปตามระเบียบ ดิฮโครก็ตามไปดักหน้าจนได้นั้นแหละ  ตอนแรกมิลานก็ยังพูดติดๆขัดๆอยู่ พยายามจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมพูดด้วยเหมือนเดิม พอเจอดิฮโครกวนประสาทไปไม่กี่ประโยคเท่านั้นแหละก็กลับมาเป็นมิลานผู้ป่าเถื่อนคนเดิม... (/โดนฮิร้วยต่อย)

-แล้วก็คุยไปสักพักดิฮโครก็ถูกกล่าวหาว่าชอบพาดพิงคนอื่น ดิฮโครก็กวนกลับไปว่าพาดพิงตรงไหนกัน ถ้าจะให้พาดพิงจริงๆนะต้องแบบนี้...ว่าจบก็เอาแขน ‘พาด’ ไหล่อีกคนแล้วเอาหัวเอนซบ ‘พิง’ ให้ดู

-เป็นอันว่านอกจากโดนต่อยอีกรอบแล้วยังโดนสั่งห้ามเข้าใกล้ในระยะ 5 ม. อีกต่างหาก... (555+)

-แต่ตั้ง 5 ม. มันคุยกันไม่ได้ใช่ไหมละ ดิฮโครเลยเสกแก้วกระดาษสองใบที่มีเชือกร้อยตรงกลางออกมา แล้วโยนให้มิลานอันนึง เอาไว้ใช่คุยกันตอนที่กำลังต้องโทษอยู่ (ฮา...) เช่นเดิมว่ามิลานไม่ยอมใช้ ยังยืนยันที่จะตะโกนคุยกันต่อไป ดิฮโครก็ยกเหตุผลมาหว่านล้อมร้อยแปด จนในที่สุดมิลานก็ยอมคุยผ่านแก้วกระดาษ

 .

 

 .

-และแน่นอนวา โทษ 5 ม. นั้นจบลงด้วยประโยคเดียวของดิฮโคร... ‘แย่จัง...ผมนึกได้ว่ามีร้านขนมเปิดใหม่ ผมกำลังจะไปกินพอดี...แต่รุ่นพี่ไม่ให้ผมเข้าใกล้แบบนี้งั้นผมก็พารุ่นพี่ไปนั่งกินด้วยไม่ได้นะสิ~’

-ในบรรดาแมว 4 ตัวของมิลาน ดิฮโครชอบ ‘เอลลี่’ ที่สุดละ...ถึงขนาดเรียกติดปากว่า ‘ลูกสาว’ แถมยังโมเมเรียกมิลานว่า ‘คุณแม่แมว’ และตั้งตนเป็น ‘คุณพ่อแมว’ ซะอย่างนั้น... (แย่นะ...)

-ตอนนั้นความสัมพันธ์ก็ยังคงคลุมเครือกันต่อไป เพราะต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไรที่ทำนองว่ามีใจให้อีกคน ถึงแม้ดิฮโครจะมีหยอกไปบ้างสามสี่ประโยค แต่เพราะวิธีพูดที่ดูขี้เล่นตามแบบฉบับเจ้าตัว เลยดูเหมือนมิลานจะไม่ได้มองว่ามันจริงจัง

-ไคล์แม็กมาเกิดขึ้นตอนดิฮโครป่วย แล้วมิลานมาเจอ ตอนนั้นสภาพก็ย้ำแย่เต็มที(ทั้งลูกทั้งคนโรลเลย 555+) เลยโดนไล่ไปนอนห้องพยาบาล ดิฮโครก็อ้อนขอให้พาไปหน่อย มิลานก็ยอม พอไปถึง(แน่นอนว่า)ห้องพยาบาลก็ไม่มีใครอยู่ มิลานสั่งให้ดิฮโครไปนอนที่เตียงดีๆส่วนตัวเองก็จะกลับ แต่ดิฮโครไม่ยอมเลยดึงอีกคนมาลงมานอนด้วยกัน มิลานโวยวายตามแบบฉบับแต่พอเห็นว่าดิฮโครไม่ยอมปล่อยแถมยังหลับไปทั้งๆที่กอดตัวเองอยู่ก็เลยจำยอมอยู่ไปแบบนั้นแล้วก็นอนหลับไปอีกคน

-ผ่านไปสักพักดิฮโครเป็นฝ่ายตื่นก่อน พอลืมตามาก็พบมิลานนอนอยู่ข้างๆแล้วก็ละเมอขยับเข้ามาซุกตัวเองเรื่อยๆเพราะหนาว...เล่นเอาเจ้าตัวโดนดาเมจไปเต็มๆ ก็นอนมองหน้าตอนหลับของมิลานจนลืมตามาปะกันนั้นแหละ

-มิลานไม่กรี๊ดแบบในละครไทย...แต่มิลานเอาหัวโขกเลย... orz

-พอดิฮโครเห็นมิลานทำท่าจะหนี โชคดีที่ไข้ลดแล้วตัวเองเลยมีแรงคว้าตัวอีกคนไว้ได้ก่อน...หลังๆเริ่มดิ้นหนักเข้าเลยจำเป็นต้องขึ้นคร่อมไว้

-ดิฮโครไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นต้องรั้งอีกคนไว้...ความรู้สึกตอนนั้นมันก็มีแค่ ‘ไม่อยากปล่อย’ ’อยากให้อยู่ตรงนี้...ข้างๆกัน’

-แน่นอนว่ามีปากมีเสียงกันไปเล็กน้อย ลงท้ายที่ดิฮโครบอกว่าจะยอมปล่อยถ้าลองเรียกชื่อหวานๆดีๆสักครั้ง โดยให้โอกาสแค่ 5 ครั้ง ไม่อย่างนั้นหน้าจะค่อยๆเลื่อนเข้าไปใกล้เรื่อยๆ มิลานก็ไม่ยอมพูดอีกนั้นแหละ จนกระทั่งดิฮโครพูดว่า ‘โอกาสสุดท้ายแล้วนะครับ’ ในขณะที่หน้าห่างกันไม่ถึงเซนก็แล้ว

-สุดท้ายจากที่คิดว่าจะแกล้งเล่น พอได้มองหน้าอีกคนใกล้ๆตรงๆในระยะประชิดขนาดนั้นแล้วก็ตัดสินใจไปถามไปว่า ‘...อยากจูบกับผมไหม...’ คือพยายาจริงจังที่สุดในชีวิตแล้ว...แต่ตอนนั้นใจก็สั่นมากนะ คือก็คิดไปต่างๆนานาว่าถ้าอีกคนปฏิเสธละ? จะได้คุยกันแบบเมื่อก่อนไหมนะ? คือเวลาแค่อึดใจเดียวในการรอคำตอบจากอีกคนดิฮโครคิดไปร้อยแปดแล้วละ...

-มิลานก็ตอบ ‘ไม่’ กลับทั้งที่หน้าแดงแล้วก็ยกเหตุผลที่ว่าจูบของเจ้าชายคาโนวาลถือเป็นรักนิรันดร์เลยนะ ซึ่งดิฮโครก็รู้เรื่องนั้นอยู่แล้วเลยเย็บถามไปอีกว่า ‘...แล้วเป็นผมไม่ได้หรอครับ...คนที่จะเป็นรักนิรันดร์ของรุ่นพี่...ให้เป็นผมได้ไหม...’

-เลยโดนมิลานยิงสวนกลับมาว่า ‘ฉันไม่รู้... กลับกันแล้วถ้านายไม่มั่นใจว่าจะรักฉันได้ตลอดก็ห้ามจูบ...’ (เราพูดตรงๆเลยว่าเรากรี๊ดตรงฉากพวกนี้มากอะ...///)

-ถึงวินาทีนั้นดิฮโครตัดสินใจแล้วว่า...จะหยุด……………....หยุดอยู่ที่คนนี้นี่แหละ...

.

.

-ก็...ก็...จูบแรกของมิลานก็ยกให้ดิฮโคร ณ ตรงนั้นนั่นแหละ ///////// (เขินแทน...555+)

-ก็ติดใจ...เลยจูบเพลินเลย /ฮา

-วันที่ 20 ธันวาคม 2554 เวลา 9 โมง 44 นาที จึงนับเป็นวันแรกของการเป็นคนรักกันละ~

-ก็ได้คบกันแบบมึนๆเมาๆ...อารมณ์พาไปมากๆเลยละ...ไม่มีการเตรียมการ ไม่มีการวางแผน ใช้ความรู้สึกกับการกระทำแทนการขอคบกันเลยทีเดียว

-จากนั้นก็มีอีเว้นท์มิลานมาตื้อถามจุดอ่อนของดิฮโคร แน่นอนว่าดิฮโครมันไม่บอกหรอก...แต่เผอิญวันนั้นเป็นวันฝนตก แล้วฟ้ามันก็ร้อง...ดิฮโครก็ชะงักกึกเลยทีเดียว...คิดในใจว่าเชี่ยละ... มิลานจับสังเกตุได้เลยรู้จนได้ว่าดิฮโครกลัวเสียงฟ้าร้อง ซึ่งดิฮโครก็บ่ายเบี่ยงไปว่าตัวเองไม่ได้กลัว...ก็แค่ไม่ชอบก็เท่านั้น!

-...แต่พอฟ้าร้องเปรี้ยงเดียวดิฮโครก็จะเดินกลับห้องท่าเดียว...

-มิลานเลยอาสาพาไปส่งเพราะอยู่ๆก็เกิดสงสารขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจมาแกล้งเต็มที่

(D – คือแบบ...รุ่นพี่น่ารักชะมัดเลยเน๊อะครับ~)

-สุดท้ายก็มาจบลงที่ห้องของดิฮโคร แล้วมิลานก็โดนดึงลงเตียงไปนอนกอดเป็นรอบที่สอง...

-จนฝนหยุดตกท้องฟ้าสงบนั้นแหละถึงได้มานั่งคุยเล่นกันดีๆ มิลานก็ถามๆเรื่องต้นไม้ที่ดิฮโครปลูกไว้ที่ห้อง สุดท้ายก็ขอกล้วยไม้ไปปลูกต้นหนึ่ง พอถามว่าอยากได้สีอะไร มิลานก็บอกว่า ‘สีม่วง’ โดยให้เหตุที่แสนจะน่าจับฟัดหนักๆว่า ‘ก็มันเป็นสีของนาย’  โดยดิฮโครได้ตุ๊กตาแมวไม้แกะสลัดฝีมือมิลานมาเป็นขอแลกเปลี่ยน ซึ่งเจ้าตัวก็เอามาตั้งรวมกับบรรดากระถางต้นกระบองเพชร

-ช่วงคริสมาสต์ดิฮโครก็เป็นฝ่ายชวนไปดูต้นไม้ละ แล้วก็ขโมยจูบอีกคนตามเกม สุดท้ายจึงกลายเป็นทาสมิลานไปตามระเบียบ มิลานสั่งอะไรที่ทำให้ดิฮโครลำบากใจที่จะทำมาก แต่ดิฮโครก็แก้เกมได้ทุกครั้ง อาทิเช่น มิลานสั่งให้วิ่งไปรอบๆ ดิฮโครก็บอกว่าไม่มีปัญหา...แค่จะวิ่งไปตะโกนบอกรักมิลานไปดังๆแค่นั้นเอง...มิลานจึงต้องยกเลิกคำสั่งเพราะตัวเองหน้าบางเกินจะทานทนนิสัยอีกคนไหว เป็นแบบนี้ไปเรื่อย...จนถึงขั้นมิลานทนไม่ไหวสั่งว่า ‘ห้ามนายทำอะไรทั้งสิ้น!!’ ...ประเด็นคือคำสั่งนั้นมันครอบคลุมถึง ‘การหายใจ’ ด้วยนี่สิ...

-...ก็เกือบตายกันไป... (55555555555+)

-จบจากนั้นก็มีการให้ของขวัญกัน ดิฮโครเลือกโคมไฟเป็นรูปลูกแก้ว ข้างในมีรูปทานตะวันให้ ส่วนมิลาน...’หอมแก้ม’ ดิฮโครเป็นของขวัญละ (ผปค.กรี๊ดแตกไปอีกรอบเลยทีเดียว)

-วันวาเลนไทน์มิลานก็โดนรูมเมทสาดน้ำยาแตกหักใส่...แน่นอนว่าดิฮโครก็ยังคงวาทะดีจนมิลานเกรียนใส่ไม่ลง สรุปแล้วว่า น้ำยาแตกหัก หรือจะมาสู้ น้ำลายดิฮโคร ได้... (ทำไมมันดูเห้ๆ...)

-รู้สึกตอนที่มิลานกำลังพาลใส่ดิฮโคร ก็มีคนโพล่งขึ้นมาทำนองว่า ‘มิลานแบบนี้ก็เร้าใจดีไม่เบา’ ดิฮโครได้ยินแล้วก็อยากจะหันไปพูดใส่เหลือเกินว่า ‘รุ่นพี่มิลานไม่ว่าจะตอนไหนก็เร้าใจเสมอครับ...ผมลองมาหมดแล้ว~’ …เสียอย่างเดียวที่ไม่ได้พูดไป... (เดี๋ยวดราม่า...อ๊ะ...มาพูดตรงนี้จะดราม่าปะหว่า –  v -- /โดนเตะ)

-แล้วก็มิลานยื่นคำขาดว่าถ้าจะไปงานเต้นรำดิฮโครต้องเป็นฝ่ายใส่ชุดผู้หญิงเท่านั้น...ตอนแรกๆก็มีค้าน...แต่คิดไปคิดมา...อยู่ๆก็เกิดหวงอีกคนขึ้นมา...เพราะงั้น...ไอ้ชุดแบบนั้นนะ...ใส่เองเลยดีกว่า!

-ดิฮโครเลยมาในร่างผู้หญิง อยู่ในร่างนี้ก็สนุกไปอีกแบบ นอกจากจะได้เห็นรุ่นพี่เขินจนทำอะไรไม่ถูกเวลาตัวเองเบียดแขนอีกฝ่าย หรือทำอะไรที่ไม่สมกับร่างผู้หญิงแล้ว ยังกวนอีกฝ่ายได้โดยไม่ถูกต่อยเลยด้วย~

-ตอนเต้นรำไม่มีอะไรมาก...แต่หลังจากเต้นเสร็จก็หลีกหนีความวุ่นวายไปเดินเล่นในสวนกันสองคน ดิฮโครขอให้มิลานหลับตาลงแป็ปนึง พอมิลานทำตามเจ้าตัวก็เอาแหวนวงหนึ่งที่เตรียมไว้ใส่นิ้วนางอีกคนแล้วบอกว่าวงนี้มัดจำไว้ก่อน...ไว้อีกหน่อยจะเอาวงจริงมาขอ...แถมชุดแต่งงานจริงๆก็จะให้ใส่ด้วย...ให้ช่วยรอจนกว่าจะถึงวันนั้นที ถึงวันนั้นจะประกาศให้ทุกคนรู้ไปเลยว่านี้แหละ...’เจ้าสาวของผม’

.

.

.

.

.

เขาว่ากันว่า...ตามหลักจิตวิทยาแล้ว...

...คนเรามักจะชอบหรือหลงอะไรสักอย่างได้ไม่เกิน 4 เดือน..

.

.

.

...ถ้าเกินจากนั้น...มันจะเรียกว่า ‘ความรัก’ นะครับรุ่นพี่...               

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แฮ่กๆ...ตัดจบตรงนี้ละนะ...มีใครอ่านตั้งแต่แรกจนจบเลยปะ 555+ /บูชา

และนี้คือเหตุผลที่เรารอให้คบกันครบ 4 เดือนแล้วถึงได้อัพ~~~~~~~~~~~

อิ u อิ เลย 4 เดือนแล้วไงล่า~ (4 เดือนกะอีก 1 วัน 555+)

มีคนชอบบอกว่าเราเสี่ยว...และนั้นเราเต็มใจยืดอก(ที่ไม่ค่อยมี)รับเลยละ 555+ /แบบว่าเราชอบอะ...กร๊ากกกก

อั๊ยยะ! ก็น๊า...เอาไปพอหอมปากหอมคอก่อนก็แล้วกันสำหรับคู่นี้...ความจริงแล้วมันยังมีอีเว้นท์ยิบย่อยอีกเต็มไปหมดเลยที่ยังไม่ได้กล่าวถึง...แต่แค่นี้ลำพังแค่ตัวฟอนต์ก็ปาไปจะ 7 หน้าเอสี่แล้ว กลัวมันยาวไป นี้ก็คัดมาแบบเนื้อๆแล้วนะ..(คิดว่านะ...)

นอกจากที่พูดไปข้างต้นมันยังมี

-ฉากป้อนเนื้อ

-ออกไปเที่ยวนอกเมืองดูมายากลจนโดนขอให้เป็นตัวทดลองเล่นกลดาบให้มิลาน

-มีตอนมิลานหึงเรื่องนางรำ

-ตอนเรียนหนักๆจนไปได้ไปเจอกันก็ เลยมีเขียนคำว่าคิดถึงพับเป็นรูปผีเสื้อใช้เวทย์ส่งไปหามิลาน

-ตอนดิฮโครอ้อนขอคำยืนยันว่ารักกันจริงไหม

-ตอนชนะเลือกตั้งมิลานพาไปเลี้ยง

-มีชวนกันเล่นว่าว(ที่เป็นที่โจกจันกันในทวิตอยู่คืนนึง...)

-มีการมัดกัน(????)

- ช่วยกันสร้างบ้านแมว

-ล่าสุดก็มิลานให้ของขวัญเป็นสร้อยตอบแทนเรื่องเมื่อวันวาเลนไทน์

 .

ว่างๆก็ไปเสี่ยวใส่มิลานแบบนี้ >>>จิ้ม<<< 555+

.

.

.

สารภาพว่าตอนนี้กำลังหลงคู่นี้เอามาก.../ฮา

เรียกว่าโรลกันแบบข้ามคืนข้ามวัน อย่างอีเว้นท์คริสมาสต์ก็ล่อไปข้ามปีเลยทีเดียวกว่าจะโรลกันจบ ออกแนวว่าใครว่างก็กลับมาต่อ โชคดีที่ทั้งเราและฮิโร้ยออนทวิตในมือถือได้กันทั้งคู่ เลยได้โรลกันบ่อยอยู่ ส่วนตัวแล้วเราสนุกแล้วก็ก๊าวใจในหลายๆอย่างมากเลยนะ T v T,, b

คู่นี้เป็นคู่ที่วาดบ่อยมากเลย ไม่ได้กลับมาบ้าวาดลูกตัวเองกะคู่มาได้สักพักใหญ่ๆแล้วละ ออกแนวว่าดิฮโครนี่พอร์ตมาจากออริตัวโปรดของเราด้วยแหละมั้ง ปกติก็เอาใจใส่ลูกคนนี้มากอยู่แล้ว พอมีคู่กับเค้าเลยค่อนข้างหลงมากเป็นพิเศษ 55+

 .......

อ่อใช่...สำหรับคำถามที่มีคนเคยถามมา...เห็นดิฮโครรุกเร็วขนาดนั้น...โลเคชั่นก็เป็นเตียงซะหลายรอบ...แต่ทั้งคู่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นนะจ๊ะ~ ///////

เราจะยังคงใสๆ(??)กันต่อปาย.....

....................ยกเว้นว่า.....มิลานจะยั่วอะนะ............. /โดนละเหิดตรายไป

.

.

.

ว่ากันเรื่องอนาคตสักนิด..คิดว่าดิฮโครคงแต่งเข้าคาโนวาลละมั้งนะ...คือก็ถ้านับกันตามศักดิ์แล้วมันก็สมควรจะเป็นอย่างนั้น ยิ่งเป็นตระกูลคาโนวาลด้วยแล้วละก็นะ...ถ้าเข้าไปอยู่ในวัง ถ้าทำได้ดิฮโครคงอยากมีอาชีพรองเป็นราชครูสอนเวทย์พวกลูกหลานเจ้าชายเจ้าหญิงในวังละนะ...

...แล้วอาชีพหลักนะหรอ...???

.

.

.

.

.

ก็ ‘คนรัก’ เจ้าชายมิลานไง~

//อิฟี่โดนตัดหัวเสียบประจาน...

 

อันนี้ยังไม่ได้ตกลงกับฮิร้วย...หรือถ้ามิลานอยากให้พาหนีก็บอกจร๊ะ~ (คือมรึงไม่คิดจะสู่ขอแบบเป็นทางการบ้างเลยหรือ...)

.

.

.

ให้สู่ขอก็ได้จร๊ะ....จะขายบ้านไปขอให้เลยทีเดียว #ผิด

.

.

.

.

.

ปล.ช่วงนี้อาจไม่ค่อยได้เห็นคู่นี้หน้าไมค์...ไม่ได้แอบไปหลังไมค์กันแต่ประการใด แค่ผปค.ของทั้งคู่ติด DN กะ พ็อตเตอร์มอร์จร๊ะ 55555+

.

.

.

.

อีกนิด...

ลงโปรเจคไพ่ทาโร่ห์ไปด้วยละ -- u --

ขอบคุณลิลซัง ผปค.อลิสอีกทีนะค่ะที่จองให้~~

.

.

แบบมีกรอบ >>>จิ้ม<<<

แบบเต็มๆ >>>จิ้ม<<<

edit @ 21 Apr 2012 09:39:38 by Nu_Baifern