[EED] การบ้านวิชาศาสตร์เวทย์มนต์พื้นฐานครั้งที่ 1
posted on 23 Nov 2011 06:47 by baifern25-EED-
Fraction of the memories
แกร๊บ...........แกร๊บ............
เสียงพลิกหน้ากระดาษดังขึ้นเบาๆอย่างต่อเนื่องในห้องขนาดใหญ่สีทึบ แสงแดงอ่อนๆในยามบ่ายฉาบไล่เข้ามาผ่านทางหน้าต่างบานใหญ่สองบานที่กินอาณาเขตของผนังไปกว่าครึ่ง ด้วยการที่เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวจึงทำให้เจ้าของห้องไม่ได้รู้สึกอะไรกับอานุภาพของแดดเหล่านั้นไปมากกว่าการทำให้ห้องสว่างพอที่จะอ่านหนังสือได้
ร่างเล็กเอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนราบไปกับเตียง...ในมือถือหนังสือเล่มหนาพลิกมันอ่านไปมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาจดจออยู่กับตัวหนังสือสีดำบนหน้ากระดาษขาวราวกับต้องการจะรู้ซึ้งถึงทุกตัวอักษร
‘เขาไม่ได้ชอบหนังสือ’
เด็กหนุ่มเคยกล่าวกับตัวเองไว้เช่นนั้น... เริ่มแรกเดิมทีที่เขาเริ่มอ่านมัน เขาคิดเพียงแค่ว่าต้องการจะหาอะไรทำฆ่าเวลา เขาเบื่อ...เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกโดยไม่มีคนดูแล ซึ่งคนที่พร้อมจะดูแลเขาก็ดันมักจะติดธุระนู้นนี้อยู่เป็นประจำ นั้นทำให้เขาต้องอยู่แต่ในบ้าน ประเด็นสำคัญเลยคือ...
‘ดูเหมือนคนในบ้านจะไม่ชอบเขาเท่าไหร่’
แม้เป็นเพียงเด็ก...แต่ก็พอจะแยกแยะออกถึงความรู้สึกบางอย่างที่พวกญาติๆเหล่านั้นแสดงออก เขาบอกกับตัวเองว่าไม่ได้น้อยใจ...และไม่สนใจว่าคนพวกนั้นจะรู้สึกกับเขายังไง เขาทำเพียงปั้นยิ้มน่ารักเวลาที่โดนมองราวกับเป็นตัวประหลาด...หัวเราะอย่างร่าเริงและตอกกลับอย่างเจ็บแสบเวลาที่โดนลูกพี่ลูกน้องอายุไล่เลียกันพากันยกขบวนมากรุมล้อ...เขาไม่เคยทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา...อย่างน้อยเจ้าตัวก็เชื่ออย่างนั้นมาตลอด...
แกร๊ก....!
“ดิฮโคร...อยู่ในนี้อีกแล้วใช่ไหม..” เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมๆเสียงเรียก เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นจากหน้าหนังสือ
...เขาไม่สนใจหรอก...ไม่ต้องให้คนทั้งโลกรักเขาก็ได้...
“ก็นี้มันห้องของผม...ไม่ให้ผมอยู่ที่นี่แล้วจะให้ผมไปอยู่ไหนละครับ...” เด็กน้อยยิ้มบางพลางลดหนังสือลงวางกับตักตัวเอง
“พวกพี่ๆน้องๆเรากำลังเล่นกันอยู่ในสวนนะ...ไม่ลงไปขอเล่นกับเขาละ ?” หญิงสาวเดินตรงเข้ามานั่งลงบนเตียงใกล้ๆเด็กหนุ่ม...ลูบไล่เรือนผมสีเข้มอย่างเบามือ
...เขาขอแค่ให้มีสักคน...รักเขาก็พอ...
“คุณแม่...รักกับคุณพ่อได้ยังไงหรอครับ ?” เขาเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็นเรื่องอื่น เขาไม่อยากให้แม่ตัวเองรู้ว่าเขาเป็นเด็กที่ถูกแกล้ง แม้จะไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเขา ‘ถูกแกล้ง’ จริงๆก็เถอะ...ในเมื่อทุกครั้งคนพวกนั้นมักจะต้องวิ่งร้องไห้กลับห้องด้วยฝีปากเขาเป็นประจำ
“...............” หญิงสาวนิ่งเงียบไปสักพัก “เขาเป็นรุ่นพี่ที่ใจดี....” เจ้าหล่อนยิ้มบางๆยามเอ่ยถึงผู้เป็นที่รัก สองมือคว้าลูกชายวัย 7 ขวบของตัวเองมากอดเบาๆ
เด็กชายทิ้งหนังสือในมือแล้วขยับตัวเข้าใกล้มารดาเพื่อเตรียมพบกับนิทานที่น่าสนใจมากกว่านิทานพื้นบ้านในหนังสือ
“เขาชอบบอกแม่เสมอว่าแม่เป็นเหมือนดอกไม้ชนิดหนึ่งสำหรับเขา....”
“ดอกไม้? แต่คุณแม่ไม่มีรากนี่ครับ...”
“เอ๊ะ....เจ้าลูกคนนี้...ทำเสียอารมณ์หมด...” หญิงสาวมุ่ยปากอย่างขัดใจ...เด็กน้อยหัวเราะอย่างได้ใจที่ส่งมุกขัดอารมณ์อีกฝ่ายได้
“ก็เห็นคุณแม่กำลังจะเพ้อ...”
“...พ่อเราหนะนะ...เป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดค่อยจา รู้จักกันได้เพราะแม่ดันทะเลาะกับผู้ชายในห้องแล้วเขวี้ยงดาบไปเฉียดหน้าพ่อเค้าน่ะ...คือ..พ่อเค้าดันผ่านมาพอดี...” พอเล่าถึงตรงนี้หญิงสาวก็เกาแก้มแล้วยิ้มเจือๆ “หลังจากนั้นแม่ก็ตามไปขอโทษเขา...แต่เขากลับไม่พูดไม่จาเอาแต่ทำหน้านิ่งๆแล้วเดินไปเลย...ตอนนั้นรู้สึกว่าแม่จะทั้งกลัวว่าเขาจะโกรธ...แล้วก็หมันไส้ที่เขาทำเป็นหยิ่งด้วยละมั้ง เลยไปตามตื๊อขอโทษอยู่ 3 เดือนกว่าๆ ไปๆมาๆก็ปิ๊งเขาซะแล้ว...แถมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าอันที่จริงแล้วพ่อเขาก็แค่เขินผู้หญิงหนะ...ตลกชะมัดเลย!”
“แล้วดอกไม้ที่คุณพ่อชอบบอกว่าเหมือนคุณแม่คืออะไรหรอครับ”
“อ๋อ...ดอกนั้นก็คือ.......”
แอ๊ด.......
เสียงเปิดประตูฉุดให้ ‘ดิฮโคร เออท์ เดอะวิสาร์ด ออฟ แอเรียส’ หลุดออกจากภาพหนังในความทรงจำสีซีเปีย เจ้าตัวยังคงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคล้ายในภาพฝันเมื่อครู่ เพียงแต่สภาพห้องอันโอ่งอ่างกลับกลายเป็นห้องเล็กๆที่มีวอล์เปเปอร์สีซีดๆ หน้าต่างบานใหญ่ก็เปลี่ยนกลายเป็นหน้าต่างไม้บานเล็กๆที่เริ่มผุไปตามเวลา และเตียงที่เขาใช้นอนอยู่ก็เป็นเพียงเตียงไม้เล็กๆที่แค่ขยับพลาดนิดเดียวก็อาจตกลงไปคอเคล็ดได้
‘เขาหลับใน...?’
เห็นจะเป็นอย่างนั้น...เมื่อมองหนังสือที่ถือค้างไว้อยู่ในมือก็พอจะเดาได้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ฝันถึงเรื่องนั้น ชายหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้กับเพื่อนร่วมห้องที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเช่นทุกครั้ง ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือในมือของเขาต่อไป

‘คราซ แคปทิวา เดอะ พรีส ออฟ เจมิไน ’ ผู้มีเรือนผมสีเด่นก้าวเข้ามาภายในห้องพร้อมกับนำพาประเด็นสนทนาที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญมาสร้างความสนใจให้ชายหนุ่มและบุคคลอีกสองคนที่อยู่ในห้องด้วยเช่นกัน
‘เอสเตล เทลาก็อต เดอะ วาร์ล็อค ออฟ วิทช์’ ที่เป็นพวกชีพจรลงเท้า นานๆทีจะยอมอยู่ในห้องก็รีบเสนอความเห็นแบบไม่เคยจะปรึกษากันเช่นเคย
มิหนำซ้ำ ‘วาเลนไทน์ ซานดาน่า เดอะ มิวสิคเคิล ออฟ พริสต์โบโรว์’ นักดนตรีที่มีประโยคสำเร็จรูปเป็นของตัวเองก็ยังเห็นดีเห็นงามด้วย สำเร็จรูปยังไงงั้นหรอ...ก็ประมาณว่าไม่ว่าจะชวนคุยอะไรก็จะมีประโยค ‘อืม....ครับ...’ และจบลงด้วยการยิ้ม... ไม่เชื่อไปลองคุยกันดู
เมื่อปลงตกได้แล้วว่ายังไงๆก็คงจะปฏิเสธรูมเมททั้งสามคนไม่ได้ เจ้าตัวจึงต้องหยิบถุงที่บรรจุผงชักนำจิตใต้สำนึกวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเรียกคถาคู่ใจออกมาอย่างเสียมิได้
‘เอาเถอะ...ยังไงๆก็ต้องทำอยู่วันยังค่ำ ทำช้าทำเร็วค่าก็เท่ากัน’
เขาดึงเส้นผมออกมาสองสามเส้น โรยผงชักนำจิตใต้สำนึก ถือคถาไว้ในมือแล้วหลับตาลงช้าๆ
‘เรื่องแค่นี้...ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก~’

.
...ป๊อง!!...
.
.
.
.
.
.
.
.

“แล้วมันหมายความว่ายังไงละโคร ?” หนึ่งในบรรดารูมเมทของเขาถามอย่างใคร่รู้
ยิ้มกับตัวเองบางๆก่อนจะตอบไปในสิ่งที่เพื่อนๆสงสัย
“มันหมายถึง ‘ชั้นจะรักเธอคนเดียวตลอดไป’ หรือ ‘ซักวัน...ฉันจะชนะใจเธอ’ นะครับ...”
“หื๊ม...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับจิตใต้สำนึกของโครละครับ...หรือว่าหนุ่มเพลย์บอยอย่างโครไปตกหลุมรักใครจริงๆจังๆเข้าละครับ...อ๊ะๆ ไปแอบปิ๊งใครแล้วไม่บอกกันงั้นหรอครับ!” คราซมองค้อนอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่ดิฮโครหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเนียนบอกปัดคำถามนั่นแบบไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
“ไปกันใหญ่แล้วครับ...มันเป็นดอกไม้ที่คุณแม่ชอบนะครับ...แล้วท่านก็ชอบบอกกับผมอยู่บ่อยๆว่า....สักวัน...ผมคงจะได้เจอ ‘ดอกทานตะวัน’ ที่จะบานเพียงเพื่อผมคนเดียว ” ดิฮโครยิ้มให้กับเพื่อนๆที่หลังจากได้ฟังคำเฉลยก็พากันทำสีหน้าต่างกันออกไป เมื่อเหตุการณ์ตื่นเต้นได้ผ่านพ้นไปแล้วเขาจึงตัดสินใจว่าคงจะเอาเจ้านี้เหละส่งศจ.น็อกซ์
เหม่อมองดอกทานตะวันที่ชูช่ออย่างสดใสในกระถางแล้วก็อดถามตัวเองในใจไม่ได้...
.
.
.
.
.
.
‘...ว่าแต่คุณแม่ครับ...ผมจะได้เจอไหมนะ...ใครสักคน...ที่จะเกิดมาเพียงเพื่อผมคนเดียว…’
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เจ้าของการบ้าน - ดิฮโคร เออท์
ลงชื่อรับรองโดยรูมเมท - คราซ แคปทิวา / เอสเตล เทลาก็อต / วาเลนไทน์ ซานดาน่า
กรี๊ดดดดดดด เสร็จแล้ววววววววววว /เต้นรอบบล็อค 
ไม่ได้แต่งฟิคนาน....เกือบปีแล้วมั้งเนี่ย 555+
ตอนแรกมันยาวกว่านี้....แต่กลัวจะเลยเทิดเลยตัดๆออกไปเหลือมาแค่นี้เหละ...แบบเขียนไปเขียนมาแล้วชักเพลิน...เกือบลืมไปแล้วว่านี้มันการบ้านไม่ใช่ชีวประวัติลูกชาย /กร๊าก...
ก็ออกจะเป็นจิตใต้สำนึกที่มึนๆเมาๆไปสักหน่อยนะ :D /ยกทั้งกระถางไปส่งศจ.น็อกซ์.....![]()
คงประมาณว่า...ลึกๆแล้วก็อยากจะมีใครสักคนที่เข้าใจและรับรู้ถึงการมีตัวตนของตัวเองจริงๆสักทีละมั้ง.../ฮา
แต่ก็ยังยืนยันว่าจะใช้ชีวิตไปแบบเรื่อยๆเฉื่อยๆ เพลย์บอยไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอคนที่ใช่จริงๆนั้นเหละ /อิแม่จะพยายามไม่ใจง่ายนะ...555+
ในส่วนของคอมมิคที่พูดได้ไม่เต็มปากว่ามันคือคอมมิค 4 หน้านั่น......เกิดจากการเสี้ยนส่วนตัวค่ะ ว่าจะวาดได้สักกี่หน้า.....สุดท้ายก็จอด....ขืนยังปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ส่งกันพอดี....เลยนั้นเหละ...เอามารวมกับฟิคซะเลย /แย่มากนะ
ตอนแรกไม่ได้กะลงสีค่ะ....แต่พอเห็นมันมีแค่ 4 หน้าแถมไม่กี่ช่อง เลยลงสีกลบเกลื่อนความกากของเส้น 5555+
งานนี้รูมเมทออกกันครบ....ไถ่โทษที่ทำแนะนำตัวรูมเมทไม่ทันค่ะ..../เค้าอู้มากไปหน่อย...
อยากบอกว่า....มายรูมเมทสาวกันทุกคนเลยค่ะ..../ไม่ได้สาวเพราะลายเส้นอิฉันนะ...พวกเค้าสาวตั้งแต่ลายเส้นออริจินอลเค้าแล้ว!!! #ร้อนตัว
พยายามวาดดิฮโครเมะข่มมายรูมเมท....-- -- /กร๊ากกกกก #เลว
อ๋อ....หลังจากนั้น....สวนส่วนตัวของดิฮโครก็มีสมาชิกเพิ่มละ....

(เหนื่อยแล้ว....ปาดแม่ม)
ดอกทานตะวันตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางหมู่ต้นกระบองเพชรและกล้วยไม้ 5555+
โครชอบปลูกต้นไม้จ้า...เพราะที่บ้านทำธุรกิจส่งออกไม้ดอกไม้ประดับนะ
ถึงกับถือวิสาสะเอาไม้มาตอกใต้หน้าต่างทำเป็นที่วางกระถางเองเลยทีเดียว..../ซีด
ห้องปี 1 ปี 2 ห้องใดตรงหน้าต่างมีไม้ปริศนาโผล่ออกมาแบบนี้
ไม่แน่นะว่านั้นอาจเป็นห้องเก่าของดิฮโครก็ได้นะ 555+
สำหรับคนที่ยังไม่เคยคุยกันแอดมาได้ค่ะ EED_Dihcro ส่วนใหญ่เราสิงเมนชั่นค่ะ เพราะต้องออนในมือถือ ถ้าไม่ได้ใช้คอมจะไม่ค่อยได้ตาม TL เท่าไหร่ เลยอาจจะไม่ค่อยได้ทักใคร T^T
ตอนนี้ชีวิตดิฮโครหาแก่นสารไม่ได้ค่ะ....เรื่อยๆเปื่อยๆ....หยอกคนนู้นที...แหย่คนนี้ที แล้วก็โดนคนอื่นแกล้งบ้างประปราย 5555+ ก็ยังมีความสุขในแบบฉบับของเค้าละนะ...:D
ปล. คอมมิค...วาดเบี้ยวมาก.....จบงานนี้รู้กันหมดว่าอิฉันสายตาเอียง 555+ วาดในกระดาษทีไรเบี้ยวทุกทีเถอะ (โทษที่กระดาษฟลิบไม่ได้เองละกัน.../โดนตบ) พยายามจะแก้นะ....แต่ขี้เกียจแล้ว.../พราก
ปลล. ถือซะว่าซีจีส่งท้ายก่อนเปิดเทอม.........
edit @ 23 Nov 2011 07:13:47 by Nu_Baifern
COLORLESS LANDSCAPE
「 AKUMI 」
PaperPlane.


















